thumb

สวรรค์แห่งเชียงดาว “ดอยหลวงเชียงดาว”

เคยเป็นกันไหมครับ มีที่ที่อยากจะไปมาก แต่ก็ไม่ได้ไปเสียที ด้วยเหตุอะไรบางอย่าง งานเยอะบ้าง วันไม่ได้บ้าง
สภาพฟ้าอากาศไม่ได้ ไม่มีเพื่อนไป ฯลฯ ผมเนี่ยมีหลายที่เลย แต่ที่ที่สักครั้งในชีวิตก็ต้องไปในตอนที่ยังมีแรงก็ต้องที่นี่เลย “ดอยหลวงเชียงดาว”
และไม่ใช่ไปนอนบ้านระเบียงดาว มองยอดดอยอย่างที่เค้าไปๆ กันนะครับ เราต้องเดินขึ้นไปบนยอด ชมความงามบนนั้น

น่าจะเมื่อ 5-6 ปีมาแล้วผมเคยเห็นรูปที่สวยมากๆ จากคนที่ขึ้นไปยอดดอยหลวงเชียงดาวนี่ล่ะ ทำให้รู้สึกอยากไปมาก
ในที่สุดก็ได้ไปสมใจ ทั้งๆที่มีอุปสรรคก่อนช่วงที่จะไปอยู่ แต่ขอข้ามๆไปก็แล้วกัน

เอาล่ะรายละเอียดปลีกย่อยมากๆขอไม่พูดถึงก็แล้วกัน มาพิชิตยอดดอยหลวงครั้งนี้ รวบรวมเพื่อนได้ เราก็จัดแจงติดต่อกับทัวร์ที่รับพาขึ้นไป
เนื่องจากว่าทำงานประจำกัน คงไม่มีเวลาไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เตรียมของทำกับข้าว ไหนจะลูกหาบอีก ก็เลยเอาง่ายเข้าว่า
ก็ถึงจะเอาง่าย ก็ใช่ว่าจะสบายนะครับ เดินขึ้นเนี่ย ไม่มีใครแบกขึ้นไปหรอกนะ ฮาาาาา

 

ระหว่างทาง และจุดเริ่มเดินที่หน่วยเด่นหญ้าขัด

   IMG_4947   IMG_4949

การเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาว เดินได้สองทางครับ ขาขึ้นเราขึ้นทางเด่นหญ้าขัด ซึ่งระยะทางจะไกลกว่า แต่ความชันน้อยกว่าอีกทางนึง
ต้องนั่งรถ 4WD ไปลงที่หน่วย จัดการอาหารกลางวันก่อนเริ่มเดิน เพราะว่าขี้เกียจถือขึ้นไป ถ่ายรูปแผนที่เก็บไว้เรียบร้อย ถามว่าได้ใช้ไหม ไม่เลย
และด้วยรู้มาว่ารอบนี้เป็นรอบแรกของการเปิดดอยเลยเนี่ยล่ะ เอาล่ะวะ นี่มันทริปถางป่าชัดๆ เพราะทางเดินก็ยังไม่ได้ชัดมาก
ถึงจะมีเจ้าหน้าที่มาฟันไม้ออกให้บ้างแล้ว แต่ก็ต้องถือว่าเดินยาก และน้ำค้างที่นี่แรงนะ ตลอดทางพื้นเปียกทำให้ลื่น และเดินยากพอสมควร

IMG_4961

ระหว่างทางเดินก็มีดอกไม้แปลกๆ ที่หาชมได้แค่ที่ดอยหลวงเชียงดาวที่เดียวอยู่หลายชนิดเลยล่ะ ใครมาก็หาข้อมูลมาก่อนก็ดี จะทำให้เพลิดเพลิน
กับการเดินๆไปแล้วเจอดอกไม้แปลกๆ สำหรับผมแล้วถามเอาข้างหน้าครับ ฮาาาา
ดอกแรกที่เจอเลยคือดอกเทียนนกแก้ว คือตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีดอกอะไรแบบนี้ มีกลุ่มก่อนหน้าเค้าหยุดมุงถ่ายไง เลยเข้าไปถาม
แล้วก็ได้มาสมใจ ผมโชคดีมากเลยเพราะว่าหลังจากนี้ดอกเทียนนกแก้วน่าจะโรยแล้ว ได้มาเห็นดอกไม้แปลกๆ สวยๆ แบบนี้ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ

ซ้าย – ดอกเทียนนกแก้ว

IMG_4998   IMG_5015

 

จุดกางเต๊นท์จุดแรก สำหรับคนที่เดินไม่ไหว หินที่ตะไคร่เกาะเขียวๆ เย็นๆตลอดทาง

IMG_5029

IMG_5061    IMG_5046

เดินมานานไม่ถึงเสียที เอาจริงๆที่นี่ถือว่าเดินไม่ไกลมากนะครับขาขึ้นประมาณ 8 กิโล แต่ความยากของทางเดินนี่เอาใจผมไปเลย T T
กลุ่มของเราเดินเรื่อยๆ (จริงๆก็รอเพื่อน) ถึงจุดกางเต๊นท์ก็โน่นล่ะ 5 โมง จากแผนที่ว่าจะขึ้นไปเก็บแสงเย็นสักรอบบนยอดดอยก็เป็นอันต้องล้มไป
เพราะว่าเวลาเดินขึ้นไปไม่พอ น่าจะมืดเสียก่อน ก็ได้แต่มองแสงสวยๆจากจุดกางเต๊นท์นี่แหละ แหมมองไปก็ช้ำใจไป ทำไมไม่ได้ขึ้นไป แงงงงง
เอาเป็นว่าหมดวัน กินข้าว พักผ่อน

อ้อ ที่นี่ไม่มีแหล่งน้ำนะครับ ทุกอย่างแบกขึ้นมาเองล้วนๆ ฉะนั้นเรื่องอาบน้ำอย่าได้หวัง ยังดีที่มีส้วมหลุมให้ แต่กลิ่นก็สุดๆเหมือนกัน
ใครที่เคยไปเมืองจีน เจออะไรแบบนี้คงจะชิวๆแหละ ผมบอกทริคให้นิดนึง ถ้าทนไหวแนะนำให้มาเข้าตอนกลางคืนดีกว่านะครับ
อากาศเย็นมันทำให้กลิ่นเบาบางลงไปพอสมควร 555

IMG_5102

ยามเช้า วันนี้เราเดินขึ้นยอดกิ่วลม เป็นจุดถ่ายทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้น แต่ว่าเหมือนไม่ได้นัดกัน
ทะเลหมอกมาเต็ม แต่พระอาทิตย์นี่สิ ถูกเมฆบัง เลยมาสายหน่อย ทำให้แสงที่ได้แข็งไปนิด แต่ว่าวิวตรงนี้มันสวยเสียจริง

 

บนยอดกิ่วฝิ่น

IMG_5127    IMG_5130

IMG_5136

 

ทะเลหมอกสุดอลังการ กับแสงอาทิตย์ยามเช้า

IMG_5150    IMG_5184

IMG_5171

และถ้าเดินจากกิ่วลมมาอีกหน่อย จะมีอีกยอดใกล้ๆกัน เราจะเห็นวิวกว้างๆแบบนี้ และที่สำคัญเจอต้นชมพูเชียงดาวอยู่ต้นนึง
โดยที่ฉากหลังเป็นยอดดอยหลวงเชียงดาว อะไรมันจะโชคดีเยี่ยงนี้  มีดอกขาวปั้นอยู่ดอกนึงเช่นกัน แปลกตาดี
มองลงไปเจอจุดกางเต๊นท์ที่พวกเราเดินขึ้นมา มองลงไปก็ตกใจ นี่คือปีนขึ้นมาสูงนะเนี่ย เมื่อเช้ามองไม่ค่อยเห็นอะไร รู้แต่ว่ามันชันและลื่นเหลือเกิน

 

ชมพูเชียงดาว กับดอยหลวงเชียงดาวข้างหลัง (ยอดกลาง ที่สูงสุดนั่นแหละ)

IMG_5265

IMG_5272   IMG_5275   IMG_5282

หลังจากยืนซึมซับ ถ่ายรูปกันเต็มอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินลง มองนาฬิกา เพิ่งจะ 9 โมงเอง ทำไมเวลามันช้าเหลือเกิน นี่ล่ะสโลวไลฟ์ของแท้
ไม่ต้องไปนั่งร้านกาแฟให้เปลืองเงิน และกิจกรรมยามกลางวันคือ “หายใจเล่น”ครับ อ่านไม่ผิดหรอกครับ
มันว่างเสียเหลือเกิน ก็พักผ่อนเก็บแรงตามอัธยาศัย เพื่อตอนเย็นจะเดินขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาวไปเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินต่อ
แต่”พี่โดม” หัวหน้าทัวร์ครั้งนี้ ก็บอกว่ามองที่ผานั้นดีๆนะ ถ้าโชคดีจะเจอม้าเทวดา (ม้าเทวดา เป็นชื่อท้องถิ่นของเลียงผาที่นี่ครับ)
ก็เอาล่ะสิ จากที่ว่าจะงีบๆ ไม่ได้งีบเลย หยิบกล้องขึ้นมาส่องไปที่ผาตลอดหวังว่าจะได้เห็น แล้วก็เป็นอันต้องผิดหวัง เพราะเจ้าม้าเทวดาไม่โผล่ออกมาเลย

ได้เวลาขึ้นยอดดอยหลวง กลุ่มผมเดินขึ้นก่อนเพื่อนเลย หวังว่าจะไปจองที่กางขาถ่ายรูป พอขึ้นไปถึงยอดที่สูงที่สุด อันดับ 3 ของประเทศไทย
มองไปรอบๆตัวรู้สึกเลยว่ามันสูงจริงๆ เราสามารถมองเมฆที่ลอยระดับเดียวกับสายตาเราได้ มันรู้สึกดีจริงๆ ได้มองอะไรสวยๆ จากมุมสูงๆเนี่ย
และพระเอกของที่นี่ก็คือดอยสามพี่น้องครับ เพราะรูปร่างแปลกตา เหมาะกับการเอามาเป็นแบบถ่ายรูป ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องเรียกว่าเซ็กซี่นั่นแหละ

IMG_5755

ระหว่างรอเวลาไปถ่ายอะไรเล่นเรื่อยเปื่อยกันไปครับ ถึงเวลาพระอาทิตย์กำลังวิ่งลับเหลี่ยมเขา ซึ่งมีเวลาไม่นาน
เพราะพระอาทิตย์เวลาจะลับขอบฟ้านี่มันเร็วมากเลยนะ แล้ววันนั้นก็เป็นวันที่ได้เห็นฟ้าสวยๆ วิวสวยๆ

เรายังรอดูดาว ถ่ายดาวกันต่อ และก็ได้ทางช้างเผือกมา ทริปนี้คุ้มสุดๆไปเลย แล้วก่อนนอนคืนนั้นเอง ก็ตกลงกันไว้ว่า เราจะขึ้นมาเช้ามืดอีกรอบ
เผื่อถ่ายวิวกับดวงดาว และหมอกยามเช้าด้วย

IMG_5797

IMG_5861-Pano   IMG_5877

เช้าวันรุ่งขึ้นเราขึ้นมาข้างบน รอพระอาทิตย์โผล่พ้นเมฆหมอก และสิ่งที่สวยที่สุดในการมาเที่ยวครั้งนี้ก็อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง
ทะเลหมอกที่ลอยมาแบบอลังการ แสงสีทองที่ฉาบตามเหลี่ยมเขา ทุกอย่างดูเป็นใจ ให้เป็นของขวัญเราก่อนกลับลงไปข้างล่าง
และทริปนี้ก็จบด้วยประการละฉะนี้ (ตัดจบแบบดื้อๆนี่ล่ะ)


IMG_5911 IMG_5934 IMG_5964   IMG_5962
IMG_6016

ใครอยากไปแนะนำว่าฟิตร่างกายไปพอสมควร อย่าหวังกับความสบายมาก ส่วนจะสวยหรือไม่สวย ก็แล้วแต่ดวงล้วนๆ ว่าธรรมชาติจะให้เราไหม
จริงๆต้องบอกว่า ยังมีเรื่องที่อยากจะเล่าอีกมากมาย แต่ของแบบนี้ต้องไปสัมผัสกันเองใช่ไหมล่ะครับ การเดินทางของแต่ละคนผมมั่นใจว่า
เราจะได้ประสบการณ์กลับมาไม่เหมือนกันหรอก ดังนั้นถ้าอยากไปที่ไหน อย่าถามคนอื่นว่าเป็นยังไง เพราะสิ่งที่เราได้รับกลับมา กับที่ได้ยินจากปากชาวบ้าน
มันไม่เหมือนกันหรอก

อ้อ เรื่องความเหนื่อย ความยาก ใครที่เคยไปภูกระดึง บอกเลยว่าที่นี่เดินยากกว่า และเหนื่อยกว่านะจ๊ะ สวัสดี แฮร่

Banku

กราฟิกดีไซน์เนอร์ ที่หลงรักการถ่ายรูป จนเกิดกลายเป็นรักการท่องเที่ยวไปด้วยโดยไม่รู้ตัว เว็บไซต์ส่วนตัว banku.me

 

Leave a reply